ต่อจากโพสที่แล้วนะคะ…

เราจะเห็นแล้วว่า 은/는 มีหน้าที่เน้นหัวเรื่องโดยให้ความหมายแฝงว่า “อันอื่นนั้นคือ… แต่อันนี้คือ…”

ในภาษาเกาหลี โดนทั่วไปแม้ว่า 은 และ 는 จะใช้เป็นตัวชี้หัวเรื่อง แต่เรามักจะใช้ 은/는 สำหรับเน้นหัวเรื่องที่ตรงกันข้ามกับหัวเรื่องอื่นในประโยค

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการพูดว่า “อากาศดีวันนี้” ในภาษาเกาหลี เราสามารถพูดได้หลายแบบ

1) 오늘 날씨 좋네요. [โอ-นึล นัล-ชี จด-เน-โย]
อากาศดีวันนี้

2) 오늘 날씨 좋네요. [โอ-นึล-รึน นัล-ชี จด-เน-โย]
ช่วงนี้อากาศไม่ได้ดี แต่วันนี้ อากาศดี

3) 오늘 날씨는 좋네요. [โอ-นึล นัล-ชี-นึน จด-เน-โย]
วันนี้ อย่างน้อย อากาศก็ดี

มาดูตัวอย่างที่ (이/가) สามารถเปลี่ยนความหมายแฝงของประโยค

좋아요 [โจ-อา-โย] = มันดี / 뭐 [มวอ] = อะไร / 이/가 [อี/คา] = การชี้ประธาน

ลองคิดว่าถ้าคนนึงพูดว่า “좋아요.” และนั่นมันหมายความว่า “มันดี” หรือ “ฉันชอบมัน”
แต่ถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าอะไรดี เราก็สามารถถามว่า “อะไรดีเหรอ” หรือ “คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

โดยพูดว่า…

좋아요?

ในที่นี่ 가 เน้นว่าประธานของคำกริยา 좋아요 คืออะไร

ถ้ามีคนพูดว่า

ABC 좋아요.  = ABC ดี.
และถ้าเราไม่เห็นด้วยและคิดว่า XYZ ดี ไม่ใช่ ABC เราสามารถพูดว่า…

ABC 좋아요? XYZ 좋아요!

สรุปว่า 이 กับ 가 เราสามารถใช่เพื่อเพิ่มความรู้สึกของเราและทำให้ประโยคมีความหมายมากขึ้น เมื่อเราต้องการเน้น ใครหรืออะไร

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
เราก็จะเห้นได้ว่า 은/는 กับ 이/가 มีหน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่หน้าที่ของ 은/는 ที่ใช้เพื่อเน้นความแตกต่างนั้นจะดูเ้น้นมากกว่า เพราะว่าเราสามารถเปลี่ยนเรื่องโดยใช้ 은/는 ได้ ดังนั้น เมื่อเราใช้ประโยคที่ซับซ้อน (เช่น ฉันคิดว่าหนังสือที่คุณซื้อน่าสนใจกว่าหนังสือที่ฉันซื้อ) โดยทั่วไปแล้ว 은/는 ไม่ได้ใช้ในทุกประโยค บางครั้งเราก็ไม่ต้องใช้ 은/는/이/가 ก็ได้ แต่ถ้าเราต้องการทำให้ความหมายชัดเจนขึ้น เรามักจะใช้ 이/가

Advertisements